การดูแลสวนถือว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับบ้านที่มีสวน หากเราไม่คอยดูแลสวนของคุณที่สร้างมาด้วยราคาแพงก็จะไม่สวยงาม ต้นไม้อาจจะเหี่ยวเฉาแห้งตาย เงินที่ลงทุนสร้างสวนไปก็จะเสียเปล่า Greenmania จึงหาเกร็ดความรู้ดีๆมาแนะนำให้คนที่รักและชอบดูแลสวน

Thinning เป็นการตัดกิ่งที่ไม่ต้องการออกโดยไม่เหลือตอกิ่ง เพื่อให้พุ่มต้นโปร่ง กิ่งที่ควรตัดออก เช่น กิ่งที่หันเข้าหาพุ่ม กิ่งที่เป็นโรค กิ่งแห้ง กิ่งมุมแคบ เป็นต้น การตัดแบบหลังนี้ จะตัดชิดกับต้นหรือชิดกับกิ่งใหญ่

การตัดแต่งต้นที่เรียกว่า Shearing เป็นการตัดแต่งไม้แบบหนึ่ง ที่ไม่จำเป็นต้องคิดถึงการตัดกิ่งที่ต้องอยู่เหนือตาหรือข้อตา เพราะเป็นการตัดแต่งผิวของพุ่มใบ เพื่อให้ได้รูปทรงต่าง ๆ (Topiary) ตามต้องการ

S__15941651

ส่วนการตดกิ่งที่เหลือตอไว้เรียกว่า Heading Back หรือการทอนกิ่ง เป็นการตัดกิ่งเพื่อให้แตกยอดใหม่ ควรตัดลงมาถึงตาที่อยู่ในทิศทางที่ต้องการการตัดลงมาถึงตาที่หันเข้าหาพุ่ม เป็นการตัดที่ไม่ถูกต้อง เพราะกิ่งที่เกิดใหม่จะไม่มีประโยชน์ ซึ่งต้องตัดทิ้งในภายหลัง การตัดควรตัดชิดกับตา และทำเป็นปากฉลาม โดยให้รอยแผลหันออกจากตา

 การดูแลและตัดแต่งต้นไม้ใหญ่มีหลากหลายวิธี ซึ่งแบบทั่วๆ ไปที่หลายคนกำลังปฏิบัติกันอยู่ และถือว่าไม่ถูกต้องก็คือการบั่นยอด, การกุดกิ่ง และ การตัดโกร๋น เหลือแต่ตอกิ่ง เพราะเมื่อพุ่มใบทั้งหมดถูกตัดทิ้ง ขีดความสามารถในการผลิตอาหารด้วยการสังเคราะห์แสงย่อมหมดไป ไม่สามารถนำไปสร้างเยื่อเจริญ รากและสร้างเนื้อเปลือก เพื่อปิดแผลหรือความเสียหายจากโรคและแมลง นอกจากนี้ การตัดกิ่งหรือลำต้นให้เป็นระหว่างกิ่งแยกเป็นการเร่งให้เกิดการผุและยังจะ มีกิ่งเล็กมากมายแตกแน่นรอบแผลผุ เมื่อเวลาผ่านไปพุ่มใบที่โตและแน่นจะไม่แข็งแรงและหักง่าย การตัดแต่งต้นไม้จึงถือว่าเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลสวน
นอกจากนี้ยังมีวิธีกำจัดต้นหญ้าไม่ให้เกิดใหม่รกสวน ใครอยากกำจัดวัชพืชหรือต้นหญ้าที่ไม่ต้องการ ซึ่งหญ้าเหล่านี้กำจัดยากนักเชียว แถมยังแพร่กระจายและเกิดใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นหากจะกำจัดให้ไม่เหลือซากก็ต้องมีเทคนิคกันหน่อย ด้วยวิธีกำจัดและป้องกันต้นหญ้าเกิดใหม่ มีหลายวิธี
know_2
1. การกำจัดหญ้าด้วยสารเคมี ใช้ไกลโฟเซตจัดการหากพยายามกำจัดหญ้าด้วยยาฆ่าหญ้าแบบต่างๆ แต่ไม่ได้ผล ให้ลองพิจารณายากำจัดพืชไกลโฟเซต เพราะแม้ว่าตัวยาอันนี้จะแรงจนฆ่าพืชทุกชนิด แม้ว่าหญ้าจอมดื้อจะตายไปแล้ว แต่ก็อาจเกิดขึ้นมาใหม่ได้ ดังนั้นเพื่อความมั่นใจ ให้พ่นยา 2-3 ครั้งเป็นอย่างน้อย โดยรอให้หญ้าชุดแรกตายก่อนประมาณ 2 สัปดาห์ จึงค่อยพ่นยาครั้งต่อไป
2. ผสมสารเคมีเข้ากับวิธีออร์แกนิค ยาฆ่าหญ้าแบบเคมีอาจจะแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด แต่ลองใช้การกำจัดหญ้าด้วยวิธีออร์แกนิคควบคู่ไปด้วย ก็จะยิ่งเป็นตัวช่วยเร่งผลลัพธ์ให้เร็วขึ้น โดยทุก ๆ 7-10 วัน หลังจากพ่นยาฆ่าหญ้า ให้พลิกเศษหญ้าที่ตายขึ้นมา หรือหากมีแผนที่จะปรับปรุงดินให้ทำในขั้นตอนนี้เลย
3. กำจัดหญ้าด้วยวิธีออร์แกนิคด้วยการพลิกดิน กำจัดต้นหญ้าแบบปลอดภัยด้วยการขุดลงไปใต้รากของต้นหญ้าและพลิกดินขึ้น เพื่อกลับต้นหญ้าให้ฝังลงไปในดินที่มืดและร้อน ซึ่งจะช่วยยับยั้งการเติบโตและทำให้หญ้าตายในที่สุด โดยมีเทคนิคคือให้ทำในเวลากลางคืนหรือหลังพระอาทิตย์ตกดิน เพราะการพลิกดินในเวลาที่มีแสง จะทำให้พืชรวมถึงต้นหญ้าโตขึ้นด้วยความรวดเร็ว ดังนั้นการพลิกดินในเวลากลางคืนจะช่วยลดโอกาสที่หญ้าจะฟื้นขึ้นได้ถึง 78%
know_3
ที่สำคัญต้องคอยตรวจสอบค่า pH ของดินอยู่เสมอ เพราะดินที่เหมาะสม จะทำให้พืชดึงสารอาหารที่ดีไปใช้จนหมด ไม่เหลือเพียงต่อการเจริญเติบโตของต้นหญ้า ดังนั้นจึงควรรู้ค่า pH ที่เหมาะสมกับชนิดของพืชที่ต้องการปลูก อย่างไรก็ตามยาฆ่าหญ้ามีผลต่อค่า pH ของดิน ดังนั้นหากใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นกรด ก็ควรเติมสารที่มีฤทธิ์เป็นด่างเข้าไปสร้างสมดุลด้วย